Hits Topics:
เทรนด์โรค: ไขมันในเลือด -- "เทรนด์โรค : ไขมันในเลือด เวลาไปโรงพยาบาลคงเคยได้ยินหมอพูดถึงการตรวจระดับไขมันในเลือด ..."
เหยียบกะลารักษาทุกโรคจริงหรือ -- "เหยียบกะลารักษาทุกโรคจริงหรือ การเหยียบกะลาช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้ จึงอยากทราบว่า ..."
สุดช็อค! เผย 5 เมนูสุขภาพทำลายสมอง -- "สุดช็อค! เผย 5 เมนูสุขภาพทำลายสมอง             “เมนูสุขภาพ” ..."
กินให้ดี ไม่มีท้องผูก -- "กินให้ดี ไม่มีท้องผูก เครดิต : สสส.thaihealth.org ที่มา : 40plus.posttoday ..."
มันเกิดจาก “ตลาดสด” (2) ห้องทดลองของนักพฤกษศาสตร์ -- "นักวิทยาศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่รักการเดินตลาดสดเป็นชีวิตจิตใจ คือ ..."
Reversal Diet คืนสมดุลให้สุขภาพ -- "เป็นวิธีลดความอ้วนโดยการกินอาหารอย่างสมดุล ลดอาหารที่มีไขมันลง เพราะไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 ..."
เคล็ดลับ 12 ข้อ จากแพทย์จีน -- "เรียนเชิญท่านผู้อ่านลองนำไปปฏิบัติดู เพื่อสุขภาพ พลัง และลมปราณที่ดีไป นานๆ 1. หวีผมบ่อยๆ : ..."
ผลไม้เปี่ยมไปด้วยแคลเซียม ห่างไกลจากโรคกระดูกพรุน -- "ผลไม้เปี่ยมไปด้วยแคลเซียม ห่างไกลจากโรคกระดูกพรุน กระดูพรุนภัยเงียบของคนไทย ..."
โปรเจ็คสวย หุ่นดี ไม่มีเสีย(สตางค์) -- "ของดีและฟรีมีที่ไหน หลายคนคงนึกข้องใจ แต่โปรมแกรมลดหุ่นของเรานี้ไม่มีเสีย (สตางค์แม้สักแดงเดียว) ..."
ชะลอความเสื่อมของสังขาร -- "ปัจจัยที่ทำให้สังขารเสื่อมเร็วก็คือ 1. ปัจจัยภายในที่เกิดจากการสะสมของความเครียด ..."

แม้ว่าเนื้อสัตว์จะเป็นแหล่งของคอเลสเตอรอลที่ควรจะหลีกเลี่ยง แต่เนื้อปลาก็เป็นอาหารจากสัตว์ที่ดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงไขมันหรือน้ำมันที่ได้จากปลาด้วย (Fish Oil)

มีงานวิจัยในปี พ.ศ.2513 พบว่า ชาวเอสกิโมมีการบริโภคไขมันสัตว์สูงถึงร้อยละ 40 ของอาหาร ซึ่งสูงกว่าชาวอเมริกันทั่วไป แต่กลับพบว่าไม่มีการเกิดโรคหัวใจ แต่ชาวเอสกิโมมักจะมีจ้ำเลือดเกิดขึ้นบ่อยๆ และมีเลือดใสกว่าปกติ ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะไขมันปลาซึ่งเป็นสัตว์ที่ชาวเอสกิโมทานเป็นประจำนั้นมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด เมื่อชาวเอสกิโมทานไขมันปลาเข้าไปก็ทำให้เกล็ดเลือดไม่สามารถรวมตัวกันได้ จึงช่วยป้องกันสาเหตุแรกเริ่มของการเกิดโรคหัวใจได้

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ.2531 วารสารโภชนาการคลินิกแห่งสหรัฐอเมริกา (The American Journal of Clinical Nutrition) ก็ได้เผยแพร่ผลการทดลองเกี่ยวกับประโยชน์ของการรับประทานน้ำมันปลาของดับบลิว เอส แฮร์ริส (W. S. Harris) และคณะ ซึ่งทำการทดลองโดยให้ผู้ป่วยชาย 8 คน รับประทานน้ำมันปลา 7 กรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน 6 สัปดาห์ พบว่า น้ำมันปลาสามารถลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้ถึงร้อยละ 44 ซึ่งการศึกษาในครั้งนี้สอดคล้องกับผลการทดลองของ เอส โรเจอร์ (S. Rogers) และคณะ ที่พบว่า ระดับไตรกลีเซอไรด์ของอาสาสมัครจำนวน 60 คน ซึ่งรับประทานน้ำมันปลา 10 – 16 กรัมต่อวันเป็นเวลา 3 – 6 สัปดาห์ ลดลงถึงร้อยละ 54 นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับผลการทดลองของ พี เจ เนสเทล (P. J. Nestel) ที่พบว่า ระดับไตรกลีเซอไรด์ของอาสาสมัครจำนวน 6 คน ซึ่งรับประทานน้ำมันปลา 40 กรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน 3 สัปดาห์ ลดลงถึงร้อยละ 65 เลยทีเดียว

น้ำมันปลาประกอบด้วยกรดไขมันชนิดอิ่มตัวเป็นหลัก เช่นเดียวกับน้ำมันพืช แต่ก็มีความแตกต่างกัน เพราะมีกรดอีพีเอ ซึ่งเป็นสารที่จะเข้าไปแย่งที่ของกรดเอเอ ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในการรวมตัวของเกล็ดเลือด และเชื่อกันว่า น้ำมันปลาจะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในตับ จึงช่วยในการลดระดับไขมันในเลือดได้ นอกจากนี้ น้ำมันปลายังช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และความดันดันโลหิต ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ที่มีส่วนในการพาคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดและผนังหลอดเลือดกลับไปที่ตับ และเปลี่ยนเป็นกรดน้ำดีก่อนขับออกสู่ร่างกายอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ยังมีข้อควรระวังในการรับประทานน้ำมันปลาเป็นอาหารเสริมเพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลด้วย เพราะการรับประทานน้ำมันปลามากเกินไปจะทำให้เกิดภาวะเลือดหยุดยากหรืออัมพาตจากหลอดเลือดไหลซึม ซึ่งสามารถพบได้ในกรณีที่ร่างกายได้รับกรดโอเมก้า–3 มากเกินไป ดังนั้น หากต้องการลดระดับคอเลสเตอรอลด้วยน้ำมันปลาแล้วล่ะก็ ควรให้ร่างกายได้รับจากการรับประทานเนื้อปลาจะดีกว่า เพราะมีความสมดุลของกรดโอเมก้า-3 ต่อร่างกายมากกว่า จึงไม่ต้องเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดหยุดยาก นอกจากนี้ การศึกษาในประเทศเนเธอร์แลนด์ยังได้บ่งชี้ด้วยว่า การรับประทานปลาเพียงสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง จะช่วยลดโอกาสในการเกิดหัวใจพิบัติ หรือภาวะหัวใจต้องภัยอันตราย และเสี่ยงต่อความตาย เพราะหัวใจอาจหยุดเต้นได้อย่างชัดเจนอีกด้วย โดยปลาทะเลจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ดีกว่า แต่ถ้าหาทานยากก็สามารถรับประทานปลาน้ำจืดแทนได้

ขอบคุณข้อมูลจาก:
กองบรรณาธิการใกล้หมอ. วายร้ายคอเลสเตอรอล 2: วิธีบอกลาคอเลสเตอรอล. กรุงเทพฯ: ใกล้หมอ, 2549.

ขอบคุณรูปภาพจาก:
http://www.koratnana.com/index.php?topic=4069.0
http://www.vcharkarn.com/varticle/44356

Most Popular

ทำไมถึงตดเยอะ ทำอย่างไรดี!

ทุกคนล้วนเคยตด การตดเมื่ออยู่คนเดียวดูจะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่เมื่อตดต่อหน้าธารกำนัลจะกลายเป็นเรื่องที่ผิดกาลเทศะ คนส่วนใหญ่จึงมักอายที่จะตดอย่างเปิดเผย ...

+ View

ทำไมตดถึงเหม็น

หลายคนอาจเคยพบกับประสบการณ์เผชิญหน้าโดยตรงกับ "ตด" หรือที่เรียกอย่างสุภาพว่า "ผายลม" สูดลมหายใจดมกลิ่นมันเข้าไปโดยไม่ได้คิดอะไร แต่หารู้ไม่ว่าตดบอกอะไรกับเราได้หลายอย่างเลยทีเดียว ...

+ View

"ไข้ทับระดู" ภัยอันตรายสำหรับคุณผู้หญิง

      เมื่อพูดถึงไข้ทับระดู แน่นอนค่ะ ดิฉันมั่นใจว่าคุณผู้หญิงทุกคนรู้จักกับมันเป็นอย่างดีค่ะ มันมักมากับเจ้าน้องไฟแดงของเรา ซึ่งไม่ธรรมดานะค่ะ หากมีอาการอื่นแทรกซ้อนละก็ เจ้าไข้นี่ ...

+ View

“ทินเนอร์” สารระเหยอันตราย

ทินเนอร์ เป็นสารเคมีที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย มักนำมาใช้ผสมในสีทาบ้าน รวมทั้งน้ำยาล้างเล็บและสารเคลือบเงา เช่น แล็กเกอร์ หรือวาร์นิช ส่วนประกอบหลักของทินเนอร์ ได้แก่ โทลูอีน (toluene) ...

+ View

ลงเล่นน้ำได้ไหม ถ้าประจำเดือนมา

เชื่อเลยนะค่ะ ว่าหญิงสาวหลายๆคนเลยที่อุตส่าห์นัดเพื่อน ๆ ไปพักผ่อนหย่อนใจที่ทะเลเสียหน่อย แต่พอเอาจริงๆแล้ว ถึงวันจะเที่ยวแล้วเนี่ย ประจำเดือนเจ้ากรรม ดันมาซะงั้นอ่ะ ถ้าไปเที่ยวแบบเที่ยว ...

+ View
  • Prev
  • Health Links
Scroll to top