ถ้าพูดถึง วิตามินซี เราทุกคนคงทราบถึงประโยชน์ในการป้องกันรักษาโรคลักปิดลักเปิด หรือโรคเลือดออกตามไรฟัน แหล่งของวิตามินซีได้แก่ อาหารจำพวกผักและผลไม้สด ในแต่ละวันร่างการของเราควรจะได้รับวิตามินซีอย่างน้อย 60-100 มิลลิกรัม แต่จากการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ชั้นสูง พบว่าการได้รับวิตามินซีในปริมาณที่สูงถึง 1000 มิลลิกรัม มีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีได้

ลองสังเกตตัวคุณเองดูสิคะว่า... ถึงเวลาหรือยังที่ร่างกายของคุณต้องเสริมวิตามินซี

1. เป็นหวัด ไม่สบายบ่อย ร่างกายอ่อนแอ แม้ว่าวิทยาการทางการแพทย์จะเจริญก้าวหน้าไปมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่สามารถคิดค้นวิธีป้องกันรักษาโรคหวัดได้ อาวุธเพียงอย่างเดียวที่มนุษย์มีเพื่อใช้รับมือกับเชื้อไวรัส ต้นเหตุของโรคหวัดก็คือ ระบบภูมิต้านทานของเราเอง วิตามินซีช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นกลไกหลักของระบบภูมิต้านทาน พร้อมทั้งยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส จึงให้ผลในการป้องกันรักษาโรคหวัดได้เป็นอย่างดี

2. เป็นโรคภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิต้านทานที่ตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมรอบ ตัว อาทิ ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ สารเคมีเร็วเกินไป เซลล์เม็ดเลือดขาวจะถูกกระตุ้น และปล่อยสารที่เรียกว่าฮีสตามีน ก่อให้เกิดอาการแพ้ขึ้น วิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ฮีสตามีนธรรมชาติ ทั้งยังช่วยปรับระบบภูมิต้านทานให้คืนสู่สภาวะสมดุล จึงสามารถบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเหมือนยาต้านภูมิแพ้ทั่วไป

3. มีความเครียด ความเครียดจากการทำงาน สภาพเศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ ล้วนส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็น ไมเกรน นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย เบื่อหน่าย แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ไซนัสอักเสบ ตลอดจนบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานให้ลดน้อยลง จากการศึกษาพบว่าผู้ที่อยู่ในภาวะตึงเครียด ร่างการจะต้องการวิตามินซีในปริมาณที่สูงกว่าปกติ

4. สัมผัส หรืออยู่ท่ามกลางมลภาวะ มลภาวะรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น เขม่าควันจากท่อไอเสีย ควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ล้วนเป็นแหล่งที่มาของอนุมูลอิสระ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดความผิดปกติในการทำงานและความเสื่อมของอวัยวะส่วนต่าง ๆ เช่น แก่ก่อนวัย ไขข้ออักเสบ ต้อกระจก มะเร็ง วิตามินซี จัดเป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ โดยจะปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งสนับสนุนการทำงานของเอนไซม์บางตัวที่ทำหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ

5. ผิวพรรณร่วงโรย เกิดริ้วรอยก่อนวัย พื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นอยู่กับ ลักษณะของคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยโปรตีนที่ทำหน้าที่ยึดเซลล์ผิวหนังไว้ด้วยกัน รวมถึงรักษาสมดุลแรงยืดหดกล้ามเนื้อ หากคอลลาเจนแข็งแรง ผิวพรรณก็จะมีความยืดหยุ่น กระชับ ด้วยเหตุนี้ปัญหาผิวพรรณที่เกี่ยวกับความหยาบกระด้าง ริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย จึงมักมีสาเหตุจากการเสื่อมประสิทธิภาพของคอลลาเจน วิตามินซีมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน ดังนั้นการได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอจึงเท่ากับเป็นการบำรุงผิวพรรณให้นุ่มนวล เปล่งปลั่งสดใส แลดูอ่อนเยาว์ ทั้งยังช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยหมองคล้ำ

6. สูบบุหรี่หรือดื่มสุราเป็นประจำ การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอนุมูลอิสระจำนวนมากในร่างกาย ร่างกายจึงมีความจำเป็นต้องดึงเอาวิตามินซี ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระมาใช้งาน ในขณะที่การดื่มสุรา แอลกอฮอล์จะเข้าไปขัดขวางกระบวนการดูดซึมวิตามินซีของร่างกาย ด้วยเหตุนี้ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มสุราเป็นประจำจึงมีแนวโน้มที่จะได้รับวิตามินซีไม่เพียงพอ

7. เข้าสู่วัยสูงอายุ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ระบบต่าง ๆ ในร่างกายจะค่อย ๆ สูญเสียประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบย่อยและดูดซึมอาหาร ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จึงมักจะต้องเผชิญกับภาวะขาดสารอาหาร การได้รับวิตามินซีเสริมจึงเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งยังช่วยลดโคเลสเตอรอล อันเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาระบบไหลเวียนโลหิต โรคหลอดเลือดอุดตัน และโรคหัวใจ

8. ผู้ชายที่มีบุตรยาก จากการศึกษาผู้ที่มีภาวะเชื้อสเปิร์มบกพร่อง พบว่ามีภาวะขาดแคลนวิตามินซี นอกจากนี้รายงานผลการวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าหากระดับวิตามินซีในเชื้ออสุจิลดน้อยลง จะก่อให้เกิดความผิดปกติใน DNA อันเป็นสาเหตุของความพิการแต่กำเนิดของทารก รวมถึงโรคทางพันธุกรรม

9. รับประทานยาคุมกำเนิด ยาคุมกำเนิดมีฤทธิ์ขับไล่วิตามินซีออกจากร่างกาย ส่งผลให้ระบบภูมิต้านทานต่ำ การดูดซึมธาตุเหล็กลดลง ก่อให้เกิดภาวะโลหิตจาง ดังนั้นสตรีที่อยู่ในช่วงรับประทานยาคุมกำเนิดจึงควรได้รับวิตามินซีเสริม


ขอบคุณข้อมูลจาก : women.thaiza.com/ข้อสังเกต-ว่าคุณต้องการ-วิตามินซี-เสริม-หรือยัง-/106469/
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.constipation-remedies-for-all.com/remedy-for-constipation.html


มีบุตรยาก ,สูงอายุ,สูบบุหรี่,ดื่มสุรา,เครียด,ภูมิแพ้,เป็นหวัด