บัวบกเป็นผักพื้นบ้านไทยที่กินใช้อยู่ทุกวัน ในตำราไทยบอกว่า การเก็บบัวบกมาใช้อย่าเอาเฉพาะใบ เพราะจะได้ตัวยาไม่ครบ ควรถอนเอาทั้งต้นและรากมาด้วย เพราะในรากมีตัวยาด้วย ถ้าจะให้ได้สรรพคุณดีที่สุด ควรใช้ผักหนอกขมซึ่งมักจะขึ้นเองตามธรรมชาติ

การรับประทานบัวบกอย่างหนึ่งที่คนไทยคุ้นเคยกันมานาน ก็คือน้ำบัวบก ซึ่งมีวิธีการทำดังนี้

สูตรน้ำบัวบก (ดื่มแก้ช้ำในหรือร้อนใน)
๑. เลือกใช้บัวบกที่ใบแก่กว่ากินเป็นผักสด ใช้ทั้งรากทำความสะอาดอย่างดี
๒. ใบบัวบกจะเหนียวให้ตัดเป็น ๒-๓ ท่อน ก่อนบดหรือตำ
๓. คั้นน้ำแรกโดยผสมน้ำกับใบบัวบกที่บดหรือตำแล้วนำกากที่เหลือมาคั้นน้ำที่สองเพื่อให้ได้ตัวยาที่ยังเหลืออยู่ ใช้น้ำสะอาดในการคั้น แต่ห้ามใช้น้ำร้อน หรือนำน้ำที่คั้นไปต้ม
๔. กรองน้ำบัวบกโดยใช้ผ้าขาวบางห่างๆ แบบผ้ามุ้ง ถ้าผ้าถี่มากจะกรองไม่ออก
๕. หลังกรองจะมีกาก ซึ่งเศษใบให้ทิ้งไว้ให้นอนก้นและทิ้งไป รินเฉพาะส่วนใสมาดื่ม
๖. น้ำบัวบกต้องคั้นใหม่ๆ จากใบสดๆ จะดีที่สุด ไม่ควรเก็บน้ำบัวบกไว้นาน และต้องแช่เย็นไว้เสมอ
๗. น้ำเชื่อมถ้าทำจากน้ำต้มใบเตย จะทำให้น้ำบัวบกอร่อยยิ่งขึ้น

ถ้าใครมีฝีมือการทำขนมจะลองทำ คุกกี้บัวบก กินแกล้มน้ำบัวบก ก็น่าสนใจไม่น้อย

ส่วนผสมคุ้กกี้บัวบก
๑. แป้งอเนกประสงค์ ๒ ถ้วยตวง
๒. เนยสด รสเค็ม ๒ ถ้วยตวง
๓. น้ำตาลทราย ๑.๑/๒ ถ้วยตวง
๔. ผงฟู ๒ ช้อนชา
๕. วนิลา (กลิ่น) ๑ ช้อนชา
๖. ไข่ไก่ ๑ ฟอง
๗. บัวบกหั่นละเอียด ๒ ถ้วยตวง

ขั้นตอนการทำ
๑. ล้างและหั่นใบบัวบกให้ละเอียด โดยให้ตัดก้านกับใบออกจากกัน ก้านจะหั่นเป็นท่อนเล็กๆ ส่วนใบนำมาเรียงซ้อนกัน แล้วหันตามขวางและกลับมาหั่นอีกข้าง พักไว้ก่อน
๒. นำแป้งและผงฟูมาร่อนผ่านตะแกรงประมาณ ๒ รอบ พักไว้ก่อน
๓. นำเนยสดมาตีให้เข้ากับน้ำตาล ตีด้วยความเร็วปานกลางจนขึ้นฟูประมาณ ๑ นาที
๔. ใส่ไข่ไก่และกลิ่นวนิลาลงไปตีให้เข้ากัน
๕. ค่อยๆ ใส่แป้งที่ร่อนแล้วลงไปทีละน้อย (ครั้งละ ๑/๓ ของแป้ง) ตีแป้งให้เข้ากับส่วนผสมทั้งหมด
๖. เมื่อส่วนผสมทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ค่อยใส่บัวบกหั่นละเอียดลงไปผสมแป้งให้เข้ากันอีกครั้ง
๗. นำไปอบ โดยวางใส่ถาดที่ทาเนย หรือกระดาษทนความร้อน ซึ่งจะต้องตักแป้งให้ได้ขนาดตามต้องการอบประมาณ ๖-๘ นาที (อุณหภูมิประมาณ ๒๕๐ องศาเซลเซียส) หรือดูว่าขอบเริ่มเหลืองเป็นอันใช้ได้

ขอบคุณที่มาจาก http://www.doctor.or.th/article/detail/14285
ขอบคุณภาพจาก www.oknation.net