Hits Topics:
ยาทรานซามิน (transamin) ทำให้ขาวจริงเหรอ -- "1. ทรานซามิน (transamin) คือยาอะไร? ทรานซามิน (Transamin) เป็นชื่อทางการค้าของยา tranexamic acid ..."
เรื่องจริงเกี่ยวกับทรวงอกที่สาวๆต้องรู้! (2) -- "จากคราวที่แล้วนะค่ะ เราก็ได้มีการนำเสนอในเรื่องของหน้าอกมาฝากคุณสาวๆกันแล้ว ยังไม่หมดค่ะ ..."
ห้องนอนสุขภาพดี -- "ห้องนอน ถือว่าเป็นห้องที่สำคัญมาก ..."
สุขภาพน่ารู้ ตอน สัญญาณภัย ได้เวลาล้างพิษแล้วหล่ะ -- "ในแต่ละวันที่เราดำเนินชีวิต จำเป็นที่จะระลึกไว้เสมอว่า ..."
จิตใจผ่อนคลายลงได้ แค่จัดเก็บหนังสือในบ้าน -- "รู้ ๆ กันในหมู่หนอนหนังสืออยู่แล้วนะคะ ..."
สภาพอากาศเป็นพิษส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร ? -- "อากาศที่เราหายใจอยู่ในปัจจุบันมีสารปนเปื้อนอยู่มากมายทั้งฝุ่นละออง เชื้อโรคและก๊าซพิษ ..."
เทคโนโลยีใหม่ แป้งฝุ่นหยุดยั้งมะเร็งปอด -- "คำยืนยันจากผลของการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ทั่วโลกยืนยันเหมือนกันว่า ..."
ไขมันพอกตับ -- "ไขมันพอกตับ บ่อยครั้งเมื่อคุณไปตรวจเลือดพบว่าการทำงานของตับผิดปกติมีค่า SGOT,SGPT สูง ..."




มีบ้างไหมที่คุณจะรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจเสียเต็มประดา จนไม่อยากลุกขึ้นทำอะไร อยากนอนอยู่กับที่เฉย เผื่อจะหายเหนื่อยข้นมาบ้าง เหนื่อยแบบนี้ไม่ได้เหนื่อยเหมือนกับการวิ่งหรือการออกกำลังกายมาใหม่ๆ แต่หมายถึงอารมณ์เพลียละเหี่ยใจไม่มีแรงทำอะไรสักอย่าง พอถึงวันหยุดก็จมอยู่กับที่นอนทั้งวันจนดูเหมือนคนขี้เกียจ แถมให้คิดอะไรก็คิดไม่ค่อยจะออกเสียด้วย กลายเป็นคนคิดช้า ไม่กระฉับกระเฉงเหมือนที่เคยเป็น

อาการเหนื่อยๆเพลียๆแบบนี้อาจรักษาได้ด้วยยาบางอย่าง เช่น ยาระงับประสาท หรือยานอนหลับ กินให้คลายเครียดนอนหลับสนิท ตื่นมาจะได้มีเรี่ยวแรง แต่ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้ก็อย่างที่พอรู้ๆกันอยู่ ถ้ากินติดต่อกันเป็นเวลานานจะมีผลเสียต่อสุขภาพประสาทแน่ๆ ทางที่ดีคือการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตเสียใหม่น่าจะให้ผลที่ดีในระยะยาวกับตัวคุณมากกว่า ลองพิจารณา 8 วิธีที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ แล้วนำไปปฏิบัติตามดู คุณอาจจะหยุดความอ่อนเพลียละเหี่ยใจกลับมาเป็นคนใหม่ได้ในเวลาไม่ช้า

1.ไปตรวจสุขภาพ ลองนึกๆดูว่าที่คุณรู้สึกเหนื่อยๆนั้น เป็นเพราะเกิดจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเปล่า ปวดเมื่อยเนื้อตัว งงๆลอยๆ จำอะไรไม่ค่อยได้หรือซึมเศร้า บางทีอาจมาจากโรคที่ทำให้ร่างกายผิดปกติ หรือบางครั้งยาที่เรากินเข้าไปก็มีผลทำให้ร่างกายเราอ่อนเพลียได้ ซึ่งคุณควรจะขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากคุณหมอในเรื่องนี้ดูว่ามีวิธีไหนหลีกเลี่ยงได้บ้าง

2.ให้ความสำคัญกับการหลับเพิ่มขึ้น ในวันหนึ่งๆคุณควรนอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย หากคุณนอนไม่หลับหรือนอนไม่พอเป็นประจำ ลองนึกดูว่าอะไรเป็นอุปสรรคต่อการนอนของคุณบ้าง

3.กินอาหารเพียงพอต่อธรรมชาติที่ร่างกายต้องการ นอกจากอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันในปริมาณที่สมดุลแล้ว ยังจำเป็นต้องกินอาหารที่มีวิตามินและเกลือแร่ที่เพียงพอด้วย ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายมีกำลังวังชา ไม่กินมากไปจนทำให้ร่างกายอ้วนจนเดินไม่ไหว หรือกินน้อยไปจนกลายเป็นคนผอมแห้งแรงน้อย เลือกกินให้พอดีๆ ทั้งข้าว แป้ง เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ ก็จะช่วยให้คุณไม่ต้องไปเสียเงินค่าอาหารเสริมต่างๆทำให้สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น

4.ดื่มน้ำเปล่ามากๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้วขึ้นไป เราพอจะรู้อยู่ว่าการดื่มน้ำเปล่ามากๆ จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดี ทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น แต่คุณอาจจะยังไม่ทราบว่าการดื่มน้ำก็ให้พลังงานกับร่างกายได้ด้วยเหมือนกัน เพราะเวลาที่ร่างกายไม่ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ โดยธรรมชาติจะปรับตัวทำงานให้หนักขึ้น เพื่อจะได้น้ำมาในกระบวนการเผาผลาญอาหารให้กลายเป็นพลังงาน

5.กินอาหารแต่ละมื้อให้อิ่มพอดี หรือแบ่งอาหารออกเป็นแต่ละมื้อย่อยๆปริมาณน้อยแต่เพิ่มจำนวนมื้อ ดังนั้นการกินอาหารในแต่ละมื้อน้อยๆ จะช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานแต่พอดีๆ แต่ยังช่วยให้ร่างกายคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วย แถมจะช่วยให้การเผงผลาญอาหารทำได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

6.หายใจลึกๆ ใช้สมาธิจดจ่อกับลมหายใจเข้า-ออกติดต่อกับสักประมาณ 2 นาที จะช่วยให้คุณผ่อนคลายจากอาการเหน็ดเหนื่อย วิตกกังวล เศร้าใจ เสียใจ หรือโกรธต่างๆได้มาก ซึ่งช่วยให้จิตใจคุณสงบ สบายขึ้น คุณอาจตั้งสติจดจ่อกับการหายใจแบบนี้ในเวลาที่กำลังทำกิจกรรมอื่นๆอยู่คนเดียว

7.ออกกำลังกายให้มากขึ้น และทำอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายสร้างสารเอ็นโดฟินส์ขึ้นมาในสมองโดยอัตโนมัติ ซึ่งสารนี้ให้ความรู้สึกเป็นสุข ช่วยคลายความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียได้ชะงัด และยังช่วยให้กล้ามเนื้อใช้พลังงานที่เผาผลาญมาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ขนาดที่เหมาะคือการออกกำลังกายหนักปานกลางอย่างน้อยประมาณ 30 นาที อย่างน้อย 4 ครั้งต่อสัปดาห์

8.อยู่กับปัจจุบันให้ได้ เพราะปัจจุบันเท่านั้นที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นได้ การจดจ่ออยู่กับปัจจุบันทำให้คุณมีสติอยู่ทุกขณะจิต มองโลก มองสิ่งที่เกิดขึ้นตามความจริงจะช่วยให้คุณตัดสินใจในเรื่องต่างๆได้อย่างดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำในสิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำ รู้ว่าควรทำอะไรก่อนหรือหลังไม่ลนลาน ร้อนรน ทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและคนรอบข้างได้

อ่านจนครบ 8 วิธีแล้ว หวังว่าใครที่มักรู้สึกเพลียใจอยู่จนเป็นกิจวัตรน่าจะปรับตัวให้ดีขึ้นได้


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.creditonhand.com/สุขภาพและความงาม-วิธีจัดการกับอารมณ์เหนื่อ/454/10.html
ขอบคุณรูปภาพจาก : health.kapook.com/view3853.html


วิธีจัดการกับอารมณ์เหนื่อยเพลีย,อารมณ์,เหนื่อย,เพลีย,หายใจลึกๆ ,ดื่มน้ำเปล่า,ตรวจสุขภาพ

Most Popular

ทำไมถึงตดเยอะ ทำอย่างไรดี!

ทุกคนล้วนเคยตด การตดเมื่ออยู่คนเดียวดูจะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่เมื่อตดต่อหน้าธารกำนัลจะกลายเป็นเรื่องที่ผิดกาลเทศะ คนส่วนใหญ่จึงมักอายที่จะตดอย่างเปิดเผย ...

+ View

ทำไมตดถึงเหม็น

หลายคนอาจเคยพบกับประสบการณ์เผชิญหน้าโดยตรงกับ "ตด" หรือที่เรียกอย่างสุภาพว่า "ผายลม" สูดลมหายใจดมกลิ่นมันเข้าไปโดยไม่ได้คิดอะไร แต่หารู้ไม่ว่าตดบอกอะไรกับเราได้หลายอย่างเลยทีเดียว ...

+ View

"ไข้ทับระดู" ภัยอันตรายสำหรับคุณผู้หญิง

      เมื่อพูดถึงไข้ทับระดู แน่นอนค่ะ ดิฉันมั่นใจว่าคุณผู้หญิงทุกคนรู้จักกับมันเป็นอย่างดีค่ะ มันมักมากับเจ้าน้องไฟแดงของเรา ซึ่งไม่ธรรมดานะค่ะ หากมีอาการอื่นแทรกซ้อนละก็ เจ้าไข้นี่ ...

+ View

“ทินเนอร์” สารระเหยอันตราย

ทินเนอร์ เป็นสารเคมีที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย มักนำมาใช้ผสมในสีทาบ้าน รวมทั้งน้ำยาล้างเล็บและสารเคลือบเงา เช่น แล็กเกอร์ หรือวาร์นิช ส่วนประกอบหลักของทินเนอร์ ได้แก่ โทลูอีน (toluene) ...

+ View

ลงเล่นน้ำได้ไหม ถ้าประจำเดือนมา

เชื่อเลยนะค่ะ ว่าหญิงสาวหลายๆคนเลยที่อุตส่าห์นัดเพื่อน ๆ ไปพักผ่อนหย่อนใจที่ทะเลเสียหน่อย แต่พอเอาจริงๆแล้ว ถึงวันจะเที่ยวแล้วเนี่ย ประจำเดือนเจ้ากรรม ดันมาซะงั้นอ่ะ ถ้าไปเที่ยวแบบเที่ยว ...

+ View
  • Prev
  • Health Links
Scroll to top