Hits Topics:
เลือดลมแข็งแรง ต้านหน้าร้อน -- " ต้องบอกเลยนะค่ะ ว่าในปัจจุบันนี้บ้านเรานั้น ดูแล้วนับวันองศาความร้อนนั้นจะมากมายเลยทีเดียวละค่ะ ..."
เชื้อโรคที่มาจากเครื่องใช้ IT -- " การใช้ชีวิตในปัจจุบันของเรานั้นจะมีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ IT อาทิ ..."
วิธีเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาด -- "วิธีเลิกบุหรี่อย่างเด็ดขาด โทษของการสูบบุหรี่มีมากมาย ซึ่งนอกจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวผู้สูบบุหรี่ ..."
สัญญาณที่บอกว่าคุณกินอาหารไม่เหมาะสม (ตอนที่ 2) -- "สัญญาณที่บอกว่าคุณกินอาหารไม่เหมาะสม (ตอนที่ 2) หัวใจเต้นผิดปกติ ..."
กรุ๊ปเลือด สุ่มเสี่ยงของโรค -- "กรุ๊ปเลือดนั้นสำคัญไฉน? นี่เป็นคำถามที่ใคร ๆ ก็น่าจะตอบได้ไม่ยาก ประเด็นหลัก ๆ ..."
ระวังอากาศร้อน ทำให้ป่วย ตอนที่ 2 -- "Q : คนที่มีโรคประจำตัวประเภทใดต้องระวังในหน้าร้อน A : ที่พบบ่อยคือ โรคปวดหัวไมเกรน ..."
เดลฟี สกรีนเนอร์ ตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง -- "เดลฟี สกรีนเนอร์ ตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง โรคมะเร็งปากมดลูก ..."
โรคตา.....ที่เกิดกับวัยทำงาน 2/2 -- " มาต่อกันเลยกับตอนที่ 2 ที่จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของปัญหาตา ..."
อย่างไรถึงเรียกว่า…กินเป็น -- " ข้อ 1 กินอาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย และหมั่นดูแลน้ำหนักตัว กินอาหารให้ครบ 5 ..."
รู้จักสมองดีพอหรือยัง -- "สมองคนเราทุกส่วนทำงานสัมพันธ์กัน แต่สมองซีกซ้ายและขวาต่างก็มีลักษณะการทำงานที่ต่างกันไป ..."




ปัจจุบันคนเราล้วนหันมาใส่ใจต่อสุขภาพกันมากขึ้น การเสริมแคลเซี่ยมให้กับร่างกายก็เป็นที่สนใจมาก แม้กระทั่งในโฆษณาต่างๆ แต่เรารู้หรือไม่ว่าการรับประทานแคลเซี่ยมนั้น ร่างกายของเราต้องการมันมากแค่ไหน ยังไง ไปดูกันค่ะ

แคลเซี่ยมที่ถูกดูดซึมได้ดีที่สุด คือ แคลเซี่ยมคาร์บอเนต สกัดได้จากเปลือกหอยนางรม ในผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน ที่ไม่สามารถดื่มนมได้ เนื่องจากไม่มีน้ำย่อย ก็จะได้ประโยชน์จากการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทนี้

ในการรับประทานแคลเซี่ยมที่ถูกต้อง ควรรับประทานในขณะที่กระเพาะว่างและมีความเป็นกรดน้อยที่สุด หรือรับประทานก่อนอาหาร ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มการดูดซึม แต่ทั้งนี้สุขภาพของกระเพาะต้องปกติด้วย

ข้อควรรู้อีกอย่างก็คือ เราไม่ควรรับประทานแคลเซี่ยมพร้อมกับอาหารจำพวกรำข้าว อาหารที่มีออกซาเลทสูง(ยอดผักต่างๆ) ธัญพืช( whole grain cereals) ซึ่งจะลดการดูดซึมของแคลเซียม นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง มีการใช้แคลเซี่ยมในการรักษาภาวะฟอสเฟตในเลือดสูง ซึ่งต้องการแคลเซียมออกฤทธิ์ไปจับกับฟอสเฟตในอาหาร ทำให้ฟอสเฟตไม่ถูกดูดซึมเข้าร่างกาย ในผู้ป่วยโรคนี้ต้องรับประทานแคลเซี่ยมพร้อมอาหารจึงจะได้ผลดี

เราจะได้รับประโยชน์สูงสุดในการรับประทานแคลเซี่ยมก็ต่อเมื่อเราต้องรับประทานแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็นร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น แมกนีเซี่ยม สังกะสี แมงกานีส ทองแดง

คนเราต้องการแคลเซียมวันละ 800-1500 มิลลิกรัม หรือ อย่างน้อยวันละ 800 มก. การได้รับแคลเซียมมากเกินไปมักเป็นผลมาจากการใช้ยาเม็ดเสริมแคลเซียม ซึ่งในระยะยาวอาจทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเกิดนิ่วในไตได้ ดังนั้น ไม่ว่าสารอาหารใด ๆ เราควรบริโภคในปริมาณพอเหมาะ

บางครั้ง เราจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมเสริมในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งการรับประทานผลิตภัณท์ดังกล่าว มีหลักการ ดังนี้

- ขนาดแคลเซียมที่ควรให้ต่อครั้งไม่ควรเกิน 500 mg เนื่องจากการให้แคลเซียมขนาดสูงครั้งเดียวจะทำให้ประสิทธิภาพการดูดซึมลดลง
- ระวังส่วนผสมอื่นในผลิตภัณฑ์ เช่น วิตามินดี วิตามินซี หากมีการเสริมมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะพึ่งวิตามิน ทำให้เกิดอาการขาดวิตามินซีเมื่อหยุดเสริมได้
- จำนวนเม็ดยาที่บริโภคต่อวันไม่ควรมากเกินไป การที่บริโภคแคลเซียมมากเกินไป หรือการขับถ่ายแคลเซียมทางปัสสาวะสูงเกินไปทำให้เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต หรือในกระเพาะปัสสาวะได้ และหากระดับแคลเซียมในเลือดสูงเกินจะทำให้เกิดความผิดปกติของการทำงานของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ท้องผูก ปัสสาวะมาก คลื่นไส้ มึนงง โคม่า และอาจเสียชีวิตได้ ส่วนการรับประทานอาหารตามปกติไม่ทำให้เกิดภาวะแคลเซียมสูงเกิน เนื่องจากร่างกายมีกลไกในการควบคุมอยู่แล้ว

ข้อควรระวังอื่นในการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมคือ

- ระวังการใช้ร่วมกับยาที่ทำให้ทางเดินอาหารมีความเป็นด่างมากขึ้น เช่น ยาลดกรด เนื่องจากจะมีผลเร่งการดูดซึมแคลเซียมมากขึ้นทำให้เกิดโรคที่พบน้อยมากชนิดหนึ่ง คือ milk-alkali syndrome ซึ่งทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท สับสน
- ควรระวังการเสริมแคลเซียมปริมาณสูงเกินไป โดยใช้ผลิตภัณฑ์แคลเซียมติดต่อเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากอาจทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงเกิน เกิดภาวะต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้นได้
- การรับประทานแคลเซียมในรูปเกลือ chloride หรือ gluconate อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองทางเดินอาหารได้
- ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากการได้รับผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม คือ ท้องผูก คลื่นไส้ อาเจียน มีรสเฝื่อนๆ ในปาก


ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก http://women.thaiza.com

Most Popular

ทำไมถึงตดเยอะ ทำอย่างไรดี!

ทุกคนล้วนเคยตด การตดเมื่ออยู่คนเดียวดูจะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่เมื่อตดต่อหน้าธารกำนัลจะกลายเป็นเรื่องที่ผิดกาลเทศะ คนส่วนใหญ่จึงมักอายที่จะตดอย่างเปิดเผย ...

+ View

ทำไมตดถึงเหม็น

หลายคนอาจเคยพบกับประสบการณ์เผชิญหน้าโดยตรงกับ "ตด" หรือที่เรียกอย่างสุภาพว่า "ผายลม" สูดลมหายใจดมกลิ่นมันเข้าไปโดยไม่ได้คิดอะไร แต่หารู้ไม่ว่าตดบอกอะไรกับเราได้หลายอย่างเลยทีเดียว ...

+ View

"ไข้ทับระดู" ภัยอันตรายสำหรับคุณผู้หญิง

      เมื่อพูดถึงไข้ทับระดู แน่นอนค่ะ ดิฉันมั่นใจว่าคุณผู้หญิงทุกคนรู้จักกับมันเป็นอย่างดีค่ะ มันมักมากับเจ้าน้องไฟแดงของเรา ซึ่งไม่ธรรมดานะค่ะ หากมีอาการอื่นแทรกซ้อนละก็ เจ้าไข้นี่ ...

+ View

“ทินเนอร์” สารระเหยอันตราย

ทินเนอร์ เป็นสารเคมีที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย มักนำมาใช้ผสมในสีทาบ้าน รวมทั้งน้ำยาล้างเล็บและสารเคลือบเงา เช่น แล็กเกอร์ หรือวาร์นิช ส่วนประกอบหลักของทินเนอร์ ได้แก่ โทลูอีน (toluene) ...

+ View

ลงเล่นน้ำได้ไหม ถ้าประจำเดือนมา

เชื่อเลยนะค่ะ ว่าหญิงสาวหลายๆคนเลยที่อุตส่าห์นัดเพื่อน ๆ ไปพักผ่อนหย่อนใจที่ทะเลเสียหน่อย แต่พอเอาจริงๆแล้ว ถึงวันจะเที่ยวแล้วเนี่ย ประจำเดือนเจ้ากรรม ดันมาซะงั้นอ่ะ ถ้าไปเที่ยวแบบเที่ยว ...

+ View
  • Prev
  • Health Links
Scroll to top