Hits Topics:
รูปหน้าแบบนี้...ธาตุแบบไหน...กินยังไงให้เหมาะ -- " คนเราดูหน้าไม่รู้ใจก็จริง แต่ตามตำรับแพทย์แผนจีน ..."
TIPเพื่อสุขภาพ รู้ไว้ได้ใช้แน่( ภาค 2) -- "TIPเพื่อสุขภาพ รู้ไว้ได้ใช้แน่( ภาค 2) TIPแก้ปัญหาเมารถ อาการวิงเวียนศีระษะ จากการเดินทางด้วยรถ ..."
อย่ามองข้าม สุขภาพหัวใจ -- "คุณเคยสังเกตตัวหรือไม่ค่ะ เวลาที่คุณมีปัญหา และคุณมีอาการเครียด ..."
กินให้ดี ไม่มีมะเร็ง -- "ไม่มีอะไรแน่นอน บางคนก็เป็นมะเร็ง บางคนก็ไม่เป็น ใครๆก็หวาดกลัวมะเร็งกันทุกคน ..."
อันตราย กาเฟอีน ในขนม -- ""ขนม" มีมากมายหลายชนิด ทั้งขนมไทยโบราณ ..."
นิ่วในถุงน้ำดี -- "เป็นอีกโรคหนึ่งที่เกิดแก่ผู้สูงอายุ มักเป็นเมื่ออายุเกิน 40 ขึ้นไป ..."
สิ่งเป็นพิษที่ปนเปื้อนในอาหาร -- "สิ่งเป็นพิษที่ปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งเกิดจากมลภาวะของสิ่งแวดล้อม ..."
หมดกังวลก่อนผ่าตัด (1) -- "อาการเจ็บป่วยที่ถึงขั้นต้องผ่าตัดนั้น อาจดูเป็นเรื่องใหญ่และทำให้คุณกังวลได้ไม่น้อย ขั้นตอนง่าย ๆ ..."
อยากมีสุขภาพดีสิ่งที่สาวๆ ต้องทำ -- "ใครๆ ก็ปรารถนาจะมีสุขภาพดีแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ..."
5 โรคพันธุกรรมใกล้ตัว -- "1. ทาลัสซีเมีย (Thalassemia) โรคซีดเรื้อรังของมนุษยชาติ 1ใน 3 ..."

ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก (Atrial Fibrillation)

     ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก (atrial fibrillation หรือเรียกย่อๆ ว่า AF หรือ A-Fib) เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดถึงร้อยละ 1-2 รายในประชาชนทั่วไปและพบบ่อยขึ้นตามอายุโดยประชาชนในกลุ่มอายุ 80-90 ปีพบสูงถึงร้อยละ 5-15 บางครั้งสัมพันธ์กับโรคหัวใจชนิดอื่น เช่น โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรคลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบ และโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

     โรคหัวใจเต้นระริกเป็นเหตุให้เกิดโรคสมองขาดเลือดประมาณ 120,000 รายต่อปีทั่วโลก หรือ กล่าวได้ว่า 1 ใน 4 ของผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดทั้งหมดเป็นผลมาจากเป็นโรคหัวใจเต้นระริก ซึ่งโรคสมองขาดเลือดทาให้มีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง เกิดภาวะทุพพลภาพมากขึ้น และอายุขัยที่สั้นลง ดังนั้นการป้องกันโรคสมองขาดเลือดจากภาวะหัวใจเต้นระริกจึงเป็นอีกเป้าหมายสาคัญในการรักษา ซึ่งปัจจุบันมีวิธีการรักษาหลายวิธีโดยมียาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดเป็นหัวใจหลักในการป้องกันรักษา

     

     ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริกคืออะไร

     ภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริกเป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นแบบกระจัดกระจายไร้ความสามัคคีทาให้แรงบีบตัวของหัวใจห้องบนเสียไป เลือดจึงหมุนวนตกค้างในหัวใจห้องบนจนก่อให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งสามารถหลุดออกจากหัวใจไปอุดกั้นหลอดเลือดสมองทาให้เกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาตเฉียบพลันได้ โดยมีโอกาสสูงกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่าอันนาไปสู่ความพิการและเสียชีวิตในที่สุด อีกทั้งยังส่งผลให้หัวใจห้องล่างเต้นเร็วและไม่สม่าเสมอทาให้แรงบีบตัวเพื่อสูบฉีดโลหิตลดน้อยลงซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมจะนาไปสู่ภาวะหัวใจวายในที่สุด


     สาเหตุของภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก

     + โรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ เช่น โรคลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรคหัวใจขาดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ เป็นต้น

     + โรคระบบอื่นๆ เช่น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคปอดเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพอง ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ภาวะหลังการผ่าตัดใหญ่ ภาวะเลือดออกในสมองและสมองขาดเลือด เป็นต้น


     อาการของภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก

     ผู้ป่วยภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริกเกือบครึ่งหนึ่งไม่มีอาการแต่ต้องมาพบแพทย์ด้วยภาวะแทรกซ้อนของโรคโดยเฉพาะอัมพาตตามส่วนต่างๆ ของร่างกายแทน ส่วนอาการที่มาพบแพทย์ก็ไม่ได้เฉพาะเจาะจง ดังต่อไปนี้

     + ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว เต้นไม่สม่าเสมอ

     + เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ทากิจวัตรประจาวันหรือออกกาลังกายได้ลดลง

     + เจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจลาบาก

     + เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลมหมดสติ


     แนวทางการรักษาภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก

     วัตถุประสงค์หลักในการรักษาภาวะหัวใจห้องบนเต้นระริก คือ การรักษาอาการและลดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งลดโอกาสเสียชีวิตและโอกาสต้องเข้าโรงพยาบาล โดยการรักษาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุของผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วย อาการของผู้ป่วย โรคอื่นที่เป็นร่วมด้วย เป็นต้น โดยมีวิธีการหลัก ดังนี้

     + การใช้ยาเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจไม่ให้เร็วจนเกินไป (rate control) หรือ ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้กลับมาเต้นปกติ (rhythm control)

     + ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดในหัวใจซึ่งทาให้เกิดหลอดเลือดอุดตันในอวัยวะสาคัญส่วนอื่นของร่างกายตามมา

     + การใช้ไฟฟ้ากระตุกเพื่อปรับการเต้นของหัวใจ (cardioversion) ให้กลับเต้นปกติ

     + การใช้สายสวนหัวใจเพื่อจี้ตัดวงจรไฟฟ้าผิดปกติในหัวใจด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูงซึ่งจะเปลี่ยนเป็นความร้อน (radiofrequency ablation) หรือความเย็นจัด (cryoablation) ทาให้หัวใจกลับเต้นปกติ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก prepdb.org

Most Popular

ทำไมถึงตดเยอะ ทำอย่างไรดี!

ทุกคนล้วนเคยตด การตดเมื่ออยู่คนเดียวดูจะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แต่เมื่อตดต่อหน้าธารกำนัลจะกลายเป็นเรื่องที่ผิดกาลเทศะ คนส่วนใหญ่จึงมักอายที่จะตดอย่างเปิดเผย ...

+ View

ทำไมตดถึงเหม็น

หลายคนอาจเคยพบกับประสบการณ์เผชิญหน้าโดยตรงกับ "ตด" หรือที่เรียกอย่างสุภาพว่า "ผายลม" สูดลมหายใจดมกลิ่นมันเข้าไปโดยไม่ได้คิดอะไร แต่หารู้ไม่ว่าตดบอกอะไรกับเราได้หลายอย่างเลยทีเดียว ...

+ View

"ไข้ทับระดู" ภัยอันตรายสำหรับคุณผู้หญิง

      เมื่อพูดถึงไข้ทับระดู แน่นอนค่ะ ดิฉันมั่นใจว่าคุณผู้หญิงทุกคนรู้จักกับมันเป็นอย่างดีค่ะ มันมักมากับเจ้าน้องไฟแดงของเรา ซึ่งไม่ธรรมดานะค่ะ หากมีอาการอื่นแทรกซ้อนละก็ เจ้าไข้นี่ ...

+ View

“ทินเนอร์” สารระเหยอันตราย

ทินเนอร์ เป็นสารเคมีที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย มักนำมาใช้ผสมในสีทาบ้าน รวมทั้งน้ำยาล้างเล็บและสารเคลือบเงา เช่น แล็กเกอร์ หรือวาร์นิช ส่วนประกอบหลักของทินเนอร์ ได้แก่ โทลูอีน (toluene) ...

+ View

ลงเล่นน้ำได้ไหม ถ้าประจำเดือนมา

เชื่อเลยนะค่ะ ว่าหญิงสาวหลายๆคนเลยที่อุตส่าห์นัดเพื่อน ๆ ไปพักผ่อนหย่อนใจที่ทะเลเสียหน่อย แต่พอเอาจริงๆแล้ว ถึงวันจะเที่ยวแล้วเนี่ย ประจำเดือนเจ้ากรรม ดันมาซะงั้นอ่ะ ถ้าไปเที่ยวแบบเที่ยว ...

+ View
  • Prev
  • Health Links
Scroll to top